Mobile   PDA  
ภาษาไทย
ค้นหา:
สมัครสมาชิก   รถเข็น

สถิติของเวบไซต์
 
เปิดเวบเมื่อ 23/02/2547
ปรับปรุงเวบเมื่อ 20/11/2551
ผู้ชมทั้งหมด
598269
สินค้าทั้งหมด 2066
0105522012578


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (2066)
หนังสือรางวัลซีไรท์ และหนังสือเข้าชิงรางวัลอื่นๆ
หนังสือชุดของนักเขียนชื่อดัง
วรรณกรรมไทย(นิยาย,เรื่องสั้น,รวมบทความ,กวีนิพนธ์)
วรรณกรรมแปล
หนังสือสำหรับเด็ก
บันเทิงคดี(ภาพยนตร์,ดนตรี,ขำขัน)
พุทธศาสนา
ปรัชญา
เบ็ดเตล็ด,ปกิณกะ
สารคดี
สารคดีเรื่องป่า
ท่องเที่ยว
การเมือง,เศรษฐกิจ,สังคม (วิจารณ์)
ประวัติศาสตร์,โบราณคดี,ชีวประวัติ
บริหารธุรกิจ, ธุรกิจศึกษา
วิชาการ,ภูมิปัญญา,การศึกษา
จิตวิทยา,How-To,พัฒนาตนเอง
คู่มือความรู้ทั่วไป
คู่มือเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
สุขภาพ, สมุนไพร
โหราศาสตร์,ดวงชะตาราศี
เกษตรกรรม
สำนักพิมพ์เคล็ดไทย
นิตยสาร,วารสาร
สำนักพิมพ์ศยาม
หนังสือนวนิยายแปล
 


จดหมายข่าว
 
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
 
วิธีการสั่งซื้อหนังสือและชำระเงิน
 


Banner Exchange Code


หนังสือรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2551 คือ

               เราหลงลืมอะไรบางอย่าง

 

รับสมัครพนักงานด่วน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและแคชเชียร์ ประจำหน้าร้านหนังสือ

บริษัท เคล็ดไทย จำกัด จำนวน 4 อัตรา

- วุฒิ ปวช. ขึ้นไป

-สำหรับผู้พักอาศัย รัตนาธิเบศร์ และ บางบอน จะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ

สนใจสมัคร ติดต่อ โทรศัพท์: 02-2259536-9 ต่อ 23 ฝ่ายบุคคล

 

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> สำนักพิมพ์เคล็ดไทย >> ทุติยะวิเศษ

ทุติยะวิเศษ - คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดรูปจริง
ทุติยะวิเศษ

Tell a Friend

ทุติยะวิเศษ

รหัสสินค้า: 001676
ราคา 250.00 บาท
รายละเอียด: โดย บุญเหลือ (ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ)
สำนักพิมพ์เคล็ดไทย
พิมพ์ครั้งที่ 2 มกราคม 2550, หนา 422 หน้า
ราคา 250 บาท

นวนิยายเรื่อง ทุติยะวิเศษ เล่มนี้ กล่าวได้ว่า เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกที่ถูกทำให้ตกหล่นหกหายไปในระหว่างกาลเวลาและยุคสมัย นับแต่ได้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ แล้วก็ไม่ได้ตีพิมพ์ซ้ำอีกเลยจนกระทั่งคราวนี้

เหตุการณ์อันผู้เขียนได้นำมาเป็น “ฉากพื้นหลัง” ของเรื่อง ซึ่งกินเวลายาวนานกว่า ๒๐ ปี นับแต่ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ จนหลังจากนั้น ซึ่งมีการปฏิวัติรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย สภาพจิตใจของผู้คนไม่มั่นคงเท่าไรนัก อีกทั้งยังมีเหตุการณ์มหาสงครามโลก และสงครามระหว่างประเทศอย่างย่อยๆ อีก ยิ่งทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนยุคนั้นมีความน่าสนใจยิ่งขึ้นอีกไม่น้อย และที่สำคัญเหตุการณ์ต่างๆ นานาเหล่านั้นได้ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อตัวละครแทบจะทุกตัวในนวนิยายเรื่องนี้ จำเพาะอย่างยิ่งตัวละครเอก ซึ่งเป็นผู้หญิง คือ “ท่านผู้หญิงฉอ้อน”

เรื่องราวทางสังคมและวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลง นับแต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ประการสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือ การที่คนธรรมดาสามัญ ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ จะต้องเข้ามารับรู้และเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า “การเมือง” และคำว่า “การเมือง”นี้ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยความหมายในเชิงลบเสียตั้งแต่ยุคสมัยแรกๆ ที่มันได้ถือกำเนิดขึ้นมา ว่าเป็นเรื่องของการแย่งชิงอำนาจ จะเพื่อส่วนตัวส่วนรวมก็ตามที แล้วคำนี้ก็กลายเป็นคำที่มีหลากความหมาย สามารถใช้ได้ในหลายระดับหลายกลุ่มบุคคล

สิ่งที่เด่นอีกสิ่งหนึ่งในนวนิยายเรื่องนี้ก็คือ การที่ตัวละครเอกของเรื่องซึ่งเป็นตัวละครหลักเป็นผู้หญิง และเป็นผู้หญิงที่ได้เข้าไปมีบทบาทอยู่ในเวทีสังคมและการเมือง ซึ่งในที่สุดแล้ว คำว่า “การเมือง” ในนวนิยายเรื่องนี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึง ธรรมดาของความเป็นคน ธาตุแท้ของมนุษย์ และสัจธรรมแห่งชีวิต ที่ถ่ายโอนสะท้อนผ่านผู้หญิงที่อาจจะเรียกได้ว่าเติบโตขึ้นมาจากการเป็นเด็กสาวชาวชนบทธรรมดาๆ คนหนึ่ง

เมื่ออ่านนวนิยายเรื่องนี้ในพุทธศักราชที่ ๒๕๕๐ ผู้อ่านอาจพบว่าบรรยากาศทางสังคมการเมือง และวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันคล้ายกับจะถูกโชคชาตาลิขิตให้วนกลับมาในบรรยากาศแบบ “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ที่เกิดขึ้น “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ในสังคมไทย (อีกแล้ว) อย่างไรก็ดี “ประวัติศาสตร์ย่อมจะไม่ซ้ำรอยเดิม” อย่างที่เรียกว่า “ร้อยเปอร์เซ็นต์” สังคมไทยในปัจจุบันที่เต็มไปด้วย “วิกฤติ” หรือ เรื่อง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” นานาประการ ก็คงไม่เหมือนกับในอดีตไปทั้งหมด การอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้ในกาละนี้จึงมีความเหมาะเจาะสอดคล้องทางบรรยากาศเป็นอย่างยิ่ง ส่วน “เวรกรรมของใคร” นั้น ก็เป็นเรื่องที่ ใครจะต้องชดใช้เวรนั้นด้วยตนเอง” ไม่มีใครมารับจ้างชดใช้แทนกันได้ไม่ว่าจะมีทรัพย์ศฤงคารปานใดก็ตาม

อนึ่ง คำบรรดาศักดิ์ว่า “ท่านผู้หญิง” นั้น ใช้เรียกขานสำหนังสตรีที่ได้รับแต่งตั้งโดยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ” อันอยู่ที่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้า ซึ่งได้สถาปนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๖ ด้วยทรงเห็นว่าพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทรงอยู่ในราชสมบัติยั่งยืนนานมาเป็นเวลา ๙๐ ปี ก็ด้วยความจงรักภักดีและการปฏิบัติราชการของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทั้งปวง ทั้งมีพระราชประสงค์จะทรงชุบเลี้ยงบรรดาทายาทของบุคคลเหล่านี้ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองในราชการสืบเนื่องต่อไปจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทายาทของผู้ได้รับพระราชทานสามารถรับพระราชทานตราสืบตระกูลของบิดาได้ โดยพระราชทานนามพระองค์ “จุลจอมเกล้า” เป็นนามของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ พร้อมทรงคิดคำขวัญจารึกบนดวงตราว่า “เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ”

ผู้ที่ได้รับพระราชทานตรา ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) และปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.) ซึ่งอยู่ในตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์เดียวกัน (ยกเว้นสตรีในราชสกุลตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป) ใช้คำนำหน้านามว่า “ท่านผู้หญิง” (สำหรับผู้ที่สมรสแล้ว) หรือ “คุณ” (สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้สมรส)
(จากคำนำสำนักพิมพ์ โดย อรรคภาค เล้าจินตนาศรี บรรณาธิการ)
20/02/2550 (update 15/05/2008)
หน้าแรก  |   สินค้า/บริการ  |   เว็บบอร์ด   |   เกี่ยวกับเรา  |   บทความ  |   วิธีการชําระเงิน   |   ติดต่อเรา


(c) 2001-2007. TARAD.com . All Rights Reserved.