หนังสือเล่มใหม่ ของ กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ
 
 
 
 
 
 
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> สำนักพิมพ์เคล็ดไทย >> ทุติยะวิเศษ

ทุติยะวิเศษ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ทุติยะวิเศษ




  Tell a Friend

ทุติยะวิเศษ

รหัสสินค้า: 001676
ราคา 250.00 บาท
รายละเอียด: โดย บุญเหลือ (ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ)
สำนักพิมพ์เคล็ดไทย
พิมพ์ครั้งที่ 2 มกราคม 2550, หนา 422 หน้า
ราคา 250 บาท

นวนิยายเรื่อง ทุติยะวิเศษ เล่มนี้ กล่าวได้ว่า เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกที่ถูกทำให้ตกหล่นหกหายไปในระหว่างกาลเวลาและยุคสมัย นับแต่ได้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ แล้วก็ไม่ได้ตีพิมพ์ซ้ำอีกเลยจนกระทั่งคราวนี้

เหตุการณ์อันผู้เขียนได้นำมาเป็น “ฉากพื้นหลัง” ของเรื่อง ซึ่งกินเวลายาวนานกว่า ๒๐ ปี นับแต่ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ จนหลังจากนั้น ซึ่งมีการปฏิวัติรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย สภาพจิตใจของผู้คนไม่มั่นคงเท่าไรนัก อีกทั้งยังมีเหตุการณ์มหาสงครามโลก และสงครามระหว่างประเทศอย่างย่อยๆ อีก ยิ่งทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนยุคนั้นมีความน่าสนใจยิ่งขึ้นอีกไม่น้อย และที่สำคัญเหตุการณ์ต่างๆ นานาเหล่านั้นได้ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อตัวละครแทบจะทุกตัวในนวนิยายเรื่องนี้ จำเพาะอย่างยิ่งตัวละครเอก ซึ่งเป็นผู้หญิง คือ “ท่านผู้หญิงฉอ้อน”

เรื่องราวทางสังคมและวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลง นับแต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ประการสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือ การที่คนธรรมดาสามัญ ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ จะต้องเข้ามารับรู้และเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า “การเมือง” และคำว่า “การเมือง”นี้ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยความหมายในเชิงลบเสียตั้งแต่ยุคสมัยแรกๆ ที่มันได้ถือกำเนิดขึ้นมา ว่าเป็นเรื่องของการแย่งชิงอำนาจ จะเพื่อส่วนตัวส่วนรวมก็ตามที แล้วคำนี้ก็กลายเป็นคำที่มีหลากความหมาย สามารถใช้ได้ในหลายระดับหลายกลุ่มบุคคล

สิ่งที่เด่นอีกสิ่งหนึ่งในนวนิยายเรื่องนี้ก็คือ การที่ตัวละครเอกของเรื่องซึ่งเป็นตัวละครหลักเป็นผู้หญิง และเป็นผู้หญิงที่ได้เข้าไปมีบทบาทอยู่ในเวทีสังคมและการเมือง ซึ่งในที่สุดแล้ว คำว่า “การเมือง” ในนวนิยายเรื่องนี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึง ธรรมดาของความเป็นคน ธาตุแท้ของมนุษย์ และสัจธรรมแห่งชีวิต ที่ถ่ายโอนสะท้อนผ่านผู้หญิงที่อาจจะเรียกได้ว่าเติบโตขึ้นมาจากการเป็นเด็กสาวชาวชนบทธรรมดาๆ คนหนึ่ง

เมื่ออ่านนวนิยายเรื่องนี้ในพุทธศักราชที่ ๒๕๕๐ ผู้อ่านอาจพบว่าบรรยากาศทางสังคมการเมือง และวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันคล้ายกับจะถูกโชคชาตาลิขิตให้วนกลับมาในบรรยากาศแบบ “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ที่เกิดขึ้น “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ในสังคมไทย (อีกแล้ว) อย่างไรก็ดี “ประวัติศาสตร์ย่อมจะไม่ซ้ำรอยเดิม” อย่างที่เรียกว่า “ร้อยเปอร์เซ็นต์” สังคมไทยในปัจจุบันที่เต็มไปด้วย “วิกฤติ” หรือ เรื่อง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” นานาประการ ก็คงไม่เหมือนกับในอดีตไปทั้งหมด การอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้ในกาละนี้จึงมีความเหมาะเจาะสอดคล้องทางบรรยากาศเป็นอย่างยิ่ง ส่วน “เวรกรรมของใคร” นั้น ก็เป็นเรื่องที่ ใครจะต้องชดใช้เวรนั้นด้วยตนเอง” ไม่มีใครมารับจ้างชดใช้แทนกันได้ไม่ว่าจะมีทรัพย์ศฤงคารปานใดก็ตาม

อนึ่ง คำบรรดาศักดิ์ว่า “ท่านผู้หญิง” นั้น ใช้เรียกขานสำหนังสตรีที่ได้รับแต่งตั้งโดยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ” อันอยู่ที่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้า ซึ่งได้สถาปนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๖ ด้วยทรงเห็นว่าพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทรงอยู่ในราชสมบัติยั่งยืนนานมาเป็นเวลา ๙๐ ปี ก็ด้วยความจงรักภักดีและการปฏิบัติราชการของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทั้งปวง ทั้งมีพระราชประสงค์จะทรงชุบเลี้ยงบรรดาทายาทของบุคคลเหล่านี้ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองในราชการสืบเนื่องต่อไปจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทายาทของผู้ได้รับพระราชทานสามารถรับพระราชทานตราสืบตระกูลของบิดาได้ โดยพระราชทานนามพระองค์ “จุลจอมเกล้า” เป็นนามของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ พร้อมทรงคิดคำขวัญจารึกบนดวงตราว่า “เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ”

ผู้ที่ได้รับพระราชทานตรา ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) และปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.) ซึ่งอยู่ในตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์เดียวกัน (ยกเว้นสตรีในราชสกุลตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป) ใช้คำนำหน้านามว่า “ท่านผู้หญิง” (สำหรับผู้ที่สมรสแล้ว) หรือ “คุณ” (สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้สมรส)
(จากคำนำสำนักพิมพ์ โดย อรรคภาค เล้าจินตนาศรี บรรณาธิการ)